กลับสู่คอร์สเรียน
MATH901A-PEP-CN Junior High

【ฉบับพิมพ์คนจีน】คณิตศาสตร์มัธยมต้น ปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเรียนมาตรฐานคณิตศาสตร์สำหรับชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ครอบคลุมหัวข้อหลัก 5 หัวข้อ ได้แก่ สมการกำลังสองแบบเดียว ฟังก์ชันกำลังสอง การหมุน วงกลม และพื้นฐานความน่าจะเป็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะและการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน

4.8
15.0h
1183 ผู้เรียน
0 การถูกใจ
K12 คณิตศาสตร์
เริ่มเรียน

ภาพรวมคอร์สเรียน

📚 สรุปเนื้อหา

หนังสือเล่มนี้เป็นตำราคณิตศาสตร์มาตรฐานสำหรับมัธยมต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ครอบคลุมหัวข้อหลัก 5 หัวข้อ ได้แก่ สมการพหุนามดีกรีสอง เศษส่วนกำลังสอง การหมุน วงกลม และความน่าจะเป็นเบื้องต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลและการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน

จับความคิดเชิงตรรกะสำคัญของคณิตศาสตร์ระดับมัธยมต้น พร้อมเปิดประตูสู่การสำรวจขั้นสูงในฟังก์ชันและเรขาคณิต

ผู้แต่ง: หลิน ฉวน

คำขอบคุณ: กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบและอนุมัติ ปี 2013, รางวัลหนังสือการสอนแห่งชาติครั้งแรก รางวัลหนังสือยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประเภทที่สอง

🎯 เป้าหมายการเรียนรู้

  1. สามารถระบุสมการพหุนามดีกรีสอง แปลงสมการให้อยู่ในรูปทั่วไปได้อย่างคล่องแคล่ว และระบุสัมประสิทธิ์ของพจน์กำลังสอง พจน์กำลังหนึ่ง และพจน์คงที่ได้อย่างถูกต้อง
  2. เข้าใจความหมายของ "ราก" ของสมการ และสามารถตรวจสอบรากของสมการโดยการแทนค่าได้
  3. สามารถตั้งสมการพหุนามดีกรีสองจากบริบทจริง เช่น พื้นที่เรขาคณิต ความสัมพันธ์เชิงปริมาณ และเข้าใจการแก้สมการพหุนามดีกรีสองง่ายๆ โดยใช้แนวคิดพื้นฐานของการเติมกำลังสอง (ตามนิยามของรากที่สอง)
  4. เข้าใจและสามารถใช้คุณสมบัติของกราฟฟังก์ชันกำลังสอง y=ax^2 และ y=a(x-h)^2+k (ทิศทางการเปิด กรอบสมมาตร จุดยอด)
  5. ใช้กฎการแปลงตำแหน่ง "ซ้ายเพิ่ม ขวาลด บนเพิ่ม ล่างลด" ได้อย่างคล่องแคล่วในการเปลี่ยนรูปสมการฟังก์ชัน
  6. สามารถกำหนดสมการฟังก์ชันกำลังสองโดยวิธีสัมประสิทธิ์ไม่ทราบค่า และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดตัดแกน x ของพาราโบลา กับรากของสมการที่เกี่ยวข้องได้
  7. เข้าใจและสามารถใช้คุณสมบัติของการหมุน และแนวคิดของความสมมาตรแบบจุดศูนย์กลาง รวมถึงรูปทรงสมมาตรแบบจุดศูนย์กลาง พร้อมระบุจุดศูนย์สมมาตรได้
  8. สรุปและจดจำลักษณะพิกัดของจุดที่สมมาตรกันรอบจุดกำเนิด และสามารถดำเนินการหมุนรูปเรขาคณิตง่ายๆ ในระบบพิกัดฉากได้
  9. ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องการหมุนและความสมมาตรในการออกแบบลวดลาย และเข้าใจหลักคิดทางคณิตศาสตร์ของรูปแบบสมมาตรแบบหมุนในชีวิตจริง
  10. เข้าใจและสามารถใช้ความสัมพันธ์ตำแหน่งได้: วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงจำนวน (d กับ r) เพื่อกำหนดตำแหน่งของจุดกับวงกลม หรือเส้นตรงกับวงกลม

🔹 บทเรียนที่ 1: ทฤษฎีและปฏิบัติการใช้งานสมการพหุนามดีกรีสอง

ภาพรวม: บทเรียนนี้ครอบคลุมทฤษฎีพื้นฐานและการประยุกต์ใช้สมการพหุนามดีกรีสองเบื้องต้น โฟกัสที่การนำเสนอมุมมองจากปัญหาจริงเพื่อแนะนำนิยามของสมการพหุนามดีกรีสอง รูปแบบทั่วไป (ax^2+bx+c=0) และการกำหนดสัมประสิทธิ์ของแต่ละพจน์ รวมถึงเข้าใจแนวคิดของ "ราก" พร้อมทั้งเริ่มต้นฝึกทักษะการแก้สมการง่ายๆ โดยใช้แนวคิดพื้นฐานของการเติมกำลังสอง (ตามนิยามของรากที่สอง) เพื่อพัฒนาทักษะการเปลี่ยนปัญหาจริงให้กลายเป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถระบุสมการพหุนามดีกรีสอง แปลงสมการให้อยู่ในรูปทั่วไปได้อย่างคล่องแคล่ว และระบุสัมประสิทธิ์ของพจน์กำลังสอง พจน์กำลังหนึ่ง และพจน์คงที่ได้อย่างถูกต้อง
  • เข้าใจความหมายของรากของสมการ และสามารถตรวจสอบรากของสมการโดยการแทนค่าได้
  • สามารถตั้งสมการพหุนามดีกรีสองจากบริบทจริง เช่น พื้นที่เรขาคณิต ความสัมพันธ์เชิงปริมาณ และเข้าใจการแก้สมการพหุนามดีกรีสองง่ายๆ โดยใช้แนวคิดพื้นฐานของการเติมกำลังสอง (ตามนิยามของรากที่สอง)

🔹 บทเรียนที่ 2: การสำรวจคุณสมบัติฟังก์ชันกำลังสองและการสร้างแบบจำลองค่าต่ำสุด-สูงสุด

ภาพรวม: แผนการสอนนี้ครอบคลุมคุณสมบัติของกราฟฟังก์ชันกำลังสอง ลักษณะเชิงพีชคณิต และการประยุกต์ใช้ในปัญหาจริง จุดเน้นเริ่มจากฟังก์ชันพื้นฐานที่สุด y=ax^2 แล้วขยายไปสู่รูปแบบจุดยอด y=a(x-h)^2+k เพื่อสำรวจกฎการแปลงตำแหน่งและความสัมพันธ์ภายในระหว่างฟังก์ชันกำลังสองกับสมการพหุนามดีกรีสอง จนกระทั่งนำไปสู่การสร้างแบบจำลองเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงค่าต่ำสุด-สูงสุด เช่น กำไรสูงสุด และพื้นที่เรขาคณิตสูงสุด

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจและสามารถใช้คุณสมบัติของกราฟฟังก์ชันกำลังสอง y=ax^2 และ y=a(x-h)^2+k (ทิศทางการเปิด กรอบสมมาตร จุดยอด) ได้
  • ใช้กฎการแปลงตำแหน่ง "ซ้ายเพิ่ม ขวาลด บนเพิ่ม ล่างลด" ได้อย่างคล่องแคล่วในการเปลี่ยนรูปสมการฟังก์ชัน
  • สามารถกำหนดสมการฟังก์ชันกำลังสองโดยวิธีสัมประสิทธิ์ไม่ทราบค่า และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจุดตัดแกน x ของพาราโบลา กับรากของสมการที่เกี่ยวข้องได้

🔹 บทเรียนที่ 3: การเปลี่ยนรูปภาพและการเปลี่ยนแปลงพิกัดโดยการหมุน

ภาพรวม: แผนการสอนนี้เน้นแนวคิดหลักเกี่ยวกับการหมุนในรูปเรขาคณิต ครอบคลุมทั้งคุณสมบัติของการหมุนรูปเรขาคณิตในระนาบ ความสมมาตรแบบจุดศูนย์กลาง รวมถึงกฎการเปลี่ยนแปลงพิกัดในระบบพิกัดฉาก ผ่านการศึกษาลักษณะเชิงตัวเลขของจุดที่สมมาตรกันรอบจุดกำเนิด และการประยุกต์ใช้ความสมมาตรแบบหมุนในการออกแบบลวดลาย ช่วยเสริมสร้างทักษะการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เริ่มจากความรู้สึกสัมผัสไปสู่การอนุมานเชิงเหตุผล

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจและสามารถใช้คุณสมบัติของการหมุน และแนวคิดของความสมมาตรแบบจุดศูนย์กลาง รวมถึงรูปทรงสมมาตรแบบจุดศูนย์กลาง พร้อมระบุจุดศูนย์สมมาตรได้
  • สรุปและจดจำลักษณะพิกัดของจุดที่สมมาตรกันรอบจุดกำเนิด และสามารถดำเนินการหมุนรูปเรขาคณิตง่ายๆ ในระบบพิกัดฉากได้
  • ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องการหมุนและความสมมาตรในการออกแบบลวดลาย และเข้าใจหลักคิดทางคณิตศาสตร์ของรูปแบบสมมาตรแบบหมุนในชีวิตจริง

🔹 บทเรียนที่ 4: คุณสมบัติเรขาคณิตและคำนวณเชิงปริมาณของวงกลม

ภาพรวม: บทเรียนนี้ครอบคลุมคุณสมบัติเรขาคณิตหลักและขั้นตอนการคำนวณเชิงปริมาณของวงกลมในระดับมัธยมต้น ตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างจุด เส้นตรงกับวงกลม ไปสู่การศึกษาความสัมพันธ์เชิงลึกของเส้นสัมผัส กฎการพิสูจน์เส้นสัมผัส คุณสมบัติของเส้นสัมผัส และทฤษฎีบทความยาวเส้นสัมผัส จากนั้นใช้สูตรคำนวณความยาวเส้นโค้ง พื้นที่รูปภาค และพื้นที่ผิวข้างของกรวย เพื่อเชื่อมโยงการวิเคราะห์เชิงคุณภาพกับการคำนวณเชิงปริมาณอย่างครบถ้วน สร้างโครงสร้างความรู้เรขาคณิตวงกลมที่สมบูรณ์

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจและสามารถใช้ความสัมพันธ์ตำแหน่งได้: วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงจำนวน (d กับ r) เพื่อกำหนดตำแหน่งของจุดกับวงกลม หรือเส้นตรงกับวงกลม
  • สามารถพิสูจน์เส้นสัมผัสได้อย่างคล่องแคล่ว และใช้คุณสมบัติของเส้นสัมผัสและทฤษฎีบทความยาวเส้นสัมผัสเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับความยาวเส้นและมุมได้
  • ใช้สูตรคำนวณความยาวเส้นโค้ง พื้นที่รูปภาค และสูตรคำนวณพื้นที่ผิวข้างและพื้นที่ผิวรวมของกรวยในการแก้ปัญหาจริงได้อย่างคล่องแคล่ว

🔹 บทเรียนที่ 5: การวิเคราะห์ความน่าจะเป็นเบื้องต้นและการประยุกต์ใช้สถิติในการทำนาย

ภาพรวม: หลักสูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้นักเรียนเริ่มจากการแยกแยะเหตุการณ์สุ่มอย่างเชิงคุณภาพ แล้วค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่การคำนวณเชิงปริมาณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์สุ่มที่ง่าย ผ่านการเข้าใจความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างความถี่และความน่าจะเป็น นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีประมาณค่าความน่าจะเป็นโดยอาศัยความเสถียรของความถี่จากการทดลองซ้ำๆ และในที่สุดสามารถนำเครื่องมือทางสถิตินี้มาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาการตัดสินใจในชีวิตจริงได้

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถแยกแยะเหตุการณ์แน่นอน เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ และเหตุการณ์สุ่มได้อย่างแม่นยำ
  • เข้าใจนิยามของความน่าจะเป็น สามารถคำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์สุ่มที่ง่าย (เช่น การหยิบตั๋ว หรือการทอยลูกเต๋า) ได้
  • เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความถี่และความน่าจะเป็น สามารถใช้ตารางแจกแจงความถี่และกราฟเส้นเพื่อประมาณความน่าจะเป็นที่เหตุการณ์สุ่มจะเกิดขึ้นได้