กลับสู่คอร์สเรียน
MATH1001CA-PEP-CN Senior High

【ฉบับพื้นฐานคนจีน】คณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 (เวอร์ชัน A)

หนังสือเรียนฉบับนี้เป็นหนังสือพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครอบคลุมหัวข้อสำคัญต่างๆ เช่น เซตและภาษาตรรกะทั่วไป ฟังก์ชันกำลังสองแบบหนึ่งตัวแปร สมการและอสมการ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดและคุณสมบัติของฟังก์ชัน ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียลและลอการิธึม รวมถึงฟังก์ชันตรีโกณมิติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะหลักทางคณิตศาสตร์ ความสามารถในการให้เหตุผลเชิงตรรกะ และจิตสำนึกในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์

4.9
18.0h
917 ผู้เรียน
0 การถูกใจ
K12 คณิตศาสตร์
เริ่มเรียน

ภาพรวมคอร์สเรียน

📚 สรุปเนื้อหา

หนังสือเรียนเล่มนี้เป็นหนังสือเรียนพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครอบคลุมหัวข้อหลักต่างๆ เช่น เซตและภาษาตรรกะทั่วไป ฟังก์ชันกำลังสองหนึ่งตัวแปร สมการและอสมการ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดฟังก์ชันและคุณสมบัติ ฟังก์ชันเลขชี้กำลังและฟังก์ชันลอการิทึม รวมถึงฟังก์ชันตรีโกณมิติ เพื่อส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ ความสามารถในการให้เหตุผลเชิงตรรกะ และจิตสำนึกในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์

เปิดประตูสู่คณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย จับความเข้าใจในแนวคิดหลักและทักษะการคิดอย่างเคร่งครัด

ผู้แต่ง: สำนักพิมพ์การศึกษาของประชาชน สถาบันวิจัยและพัฒนาหลักสูตรคณิตศาสตร์มัธยมศึกษา ศูนย์วิจัยและพัฒนาหลักสูตรคณิตศาสตร์มัธยมศึกษา

คำขอบคุณ: หนังสือเรียนเล่มนี้ได้รับรางวัลหนังสือยอดเยี่ยมแห่งชาติ ระดับเหรียญทองแดง ในการแข่งขันหนังสือเพื่อการศึกษาครั้งแรก จัดทำตามหลักสูตรคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย (ฉบับปี 2017)

🎯 เป้าหมายการเรียนรู้

  1. สามารถระบุความแน่นอน ความไม่ซ้ำกัน และลำดับที่ไม่สำคัญของเซตได้อย่างแม่นยำ และใช้วิธีการแจกแจงและวิธีการอธิบายในการแสดงเซตได้อย่างคล่องแคล่ว
  2. รู้จักการประยุกต์ใช้แผนภาพเวนน์ และสูตรการคำนวณจำนวนสมาชิกของเซต \\\\text{card}(A \cup B) = \\\\text{card}(A) + \\\\text{card}(B) - \\\\text{card}(A \cap B)
  3. เข้าใจและแยกแยะเงื่อนไขเพียงพอ เงื่อนไขจำเป็น และเงื่อนไขเพียงพอและจำเป็น พร้อมใช้ภาษาตรรกะอธิบายคุณสมบัติและการพิสูจน์ทฤษฎีเกี่ยวกับรูปเรขาคณิต
  4. ทราบความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบจำนวนจริง สามารถนำคุณสมบัติของอสมการมาใช้ในการพิสูจน์ทางพีชคณิตและการเปรียบเทียบขนาดได้
  5. เข้าใจบริบททางเรขาคณิตและความเหมาะสมของอสมการพื้นฐาน (ต้องเป็นบวก ต้องคงที่ และต้องเท่ากัน) และสามารถแก้ปัญหาค่ามากสุดหรือน้อยสุดในกรณีง่ายๆ ได้
  6. รู้จักกรอบการแก้อสมการกำลังสองหนึ่งตัวแปร ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกราฟของฟังก์ชันกำลังสอง รากของสมการ และช่วงคำตอบของอสมการ พร้อมแก้ปัญหาเชิงประยุกต์ที่ซับซ้อนได้
  7. สามารถใช้ภาษาของเซตและความสัมพันธ์อธิบายฟังก์ชันได้ และเข้าใจเกณฑ์การกำหนดว่า "ฟังก์ชันเดียวกัน" (ต้องมีโดเมนและกฎความสัมพันธ์เหมือนกัน)
  8. ใช้วิธีการแทนค่าสามแบบได้อย่างคล่องแคล่วในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยเฉพาะการเขียนสูตรและวาดกราฟของฟังก์ชันแยกส่วน
  9. ใช้ความนิยามพิสูจน์ความเป็นฟังก์ชันเพิ่มขึ้น/ลดลง และคุณสมบัติคู่/คี่ ได้อย่างเคร่งครัด และหาค่ามากสุด/น้อยสุดบนช่วงที่กำหนดได้
  10. เข้าใจแนวคิดของรากที่มีดีกรี n และเลขชี้กำลังเศษส่วน พร้อมเข้าใจคุณสมบัติการดำเนินการ

🔹 บทเรียนที่ 1: เซต ตรรกะ และพื้นฐานคณิตศาสตร์

ภาพรวม: โมดูลบทเรียนนี้ครอบคลุมเครื่องมือพื้นฐานของคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ เซตและการใช้ภาษาตรรกะทั่วไป นำเสนอแนวคิดพื้นฐานของเซต คุณสมบัติของสมาชิก และวิธีการเขียนแทนเซตหลายแบบ (เช่น การแจกแจงและการอธิบาย) พร้อมใช้แผนภาพเวนน์แก้ปัญหาการนับจำนวนสมาชิกของเซต จากนั้นเจาะลึกเรื่องตรรกะของประโยค โดยอธิบายความหมายของเงื่อนไขเพียงพอ เงื่อนไขจำเป็น และเงื่อนไขเพียงพอและจำเป็น แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการพิสูจน์และสำรวจข้อเท็จจริงทางเรขาคณิต (เช่น การพิสูจน์เส้นขนาน)

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถระบุความแน่นอน ความไม่ซ้ำกัน และลำดับที่ไม่สำคัญของเซตได้อย่างแม่นยำ และใช้วิธีการแจกแจงและวิธีการอธิบายในการแสดงเซตได้อย่างคล่องแคล่ว
  • รู้จักการประยุกต์ใช้แผนภาพเวนน์ และสูตรการคำนวณจำนวนสมาชิกของเซต \\\\text{card}(A \cup B) = \\\\text{card}(A) + \\\\text{card}(B) - \\\\text{card}(A \cap B)
  • เข้าใจและแยกแยะเงื่อนไขเพียงพอ เงื่อนไขจำเป็น และเงื่อนไขเพียงพอและจำเป็น พร้อมใช้ภาษาตรรกะอธิบายคุณสมบัติและการพิสูจน์ทฤษฎีเกี่ยวกับรูปเรขาคณิต

🔹 บทเรียนที่ 2: คุณสมบัติของอสมการและการแก้สมการกำลังสองหนึ่งตัวแปร

ภาพรวม: หน่วยนี้ครอบคลุมตรรกะและวิธีการคำนวณพื้นฐานเกี่ยวกับ “ความสัมพันธ์ของอสมการ” ในคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย เริ่มจากความจริงพื้นฐานของการเปรียบเทียบขนาดของจำนวนจริง ทบทวนคุณสมบัติของอสมการและวิธีพิสูจน์ นำเสนอนิยามสำคัญ “อสมการพื้นฐาน” (ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและค่าเฉลี่ยเรขาคณิต) และนำไปสู่การแก้อสมการกำลังสองหนึ่งตัวแปรอย่างเป็นระบบ รวมถึงการนำไปใช้ในแบบจำลองทางชีวิตจริง ผ่านมุมมอง “สามสิ่งรวมกัน” ได้แก่ ฟังก์ชัน สมการ และอสมการ เพื่อช่วยให้นักเรียนสร้างกรอบความเข้าใจแบบจำลองกำลังสองอย่างครบถ้วน

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • รู้จักความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบจำนวนจริง สามารถใช้คุณสมบัติของอสมการในการพิสูจน์ทางพีชคณิตและการเปรียบเทียบขนาดได้
  • เข้าใจบริบททางเรขาคณิตและความเหมาะสมของอสมการพื้นฐาน (ต้องเป็นบวก ต้องคงที่ และต้องเท่ากัน) และสามารถแก้ปัญหาค่ามากสุดหรือน้อยสุดในกรณีง่ายๆ ได้
  • รู้จักกรอบการแก้อสมการกำลังสองหนึ่งตัวแปร ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกราฟฟังก์ชันกำลังสอง รากของสมการ และช่วงคำตอบของอสมการ พร้อมแก้ปัญหาเชิงประยุกต์ที่ซับซ้อนได้

🔹 บทเรียนที่ 3: แนวคิดฟังก์ชัน คุณสมบัติ และแบบจำลองพื้นฐาน

ภาพรวม: หน่วยนี้ครอบคลุมพื้นฐานสำคัญของฟังก์ชันในคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย โดยตั้งอยู่บนมุมมองของเซต กลับมาทบทวนนิยามฟังก์ชัน อภิปรายรูปแบบการแทนค่าสามแบบ ได้แก่ การแทนค่าทางพีชคณิต การแทนค่าทางกราฟ และการแทนค่าทางตาราง ศึกษาคุณสมบัติพื้นฐานของฟังก์ชัน เช่น ความเพิ่มขึ้น/ลดลง ความคู่/คี่ ค่ามากสุด/น้อยสุด พร้อมแนะนำแบบจำลองฟังก์ชันพีชคณิตและแบบจำลองพิเศษ y=x+1/x ผ่านตัวอย่างการคำนวณภาษีรายได้ส่วนบุคคล แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ฟังก์ชันแยกส่วนในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในชีวิตจริง พร้อมทบทวนวิวัฒนาการของแนวคิดฟังก์ชันจากปริมาณทางเรขาคณิตไปสู่ความสัมพันธ์

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถใช้ภาษาเซตและความสัมพันธ์อธิบายฟังก์ชันได้ และเข้าใจเกณฑ์การกำหนดว่า "ฟังก์ชันเดียวกัน" (ต้องมีโดเมนและกฎความสัมพันธ์เหมือนกัน)
  • ใช้วิธีการแทนค่าสามแบบได้อย่างคล่องแคล่วในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยเฉพาะการเขียนสูตรและวาดกราฟของฟังก์ชันแยกส่วน
  • สามารถใช้ความนิยามพิสูจน์ความเป็นฟังก์ชันเพิ่มขึ้น/ลดลง และคุณสมบัติคู่/คี่ ได้อย่างเคร่งครัด และหาค่ามากสุด/น้อยสุดบนช่วงที่กำหนดได้

🔹 บทเรียนที่ 4: การวิเคราะห์ลึกเกี่ยวกับฟังก์ชันเลขชี้กำลังและลอการิทึม

ภาพรวม: แผนการสอนนี้ครอบคลุมระบบทฤษฎีที่สมบูรณ์ตั้งแต่รากที่มีดีกรี ฟังก์ชันเลขชี้กำลังเศษส่วน ไปจนถึงฟังก์ชันเลขชี้กำลังและลอการิทึม ย้ำเน้นความสัมพันธ์ภายในระหว่างเลขชี้กำลังและลอการิทึมในฐานะการดำเนินการกลับกัน และแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ฟังก์ชันในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์จริง เช่น แบบจำลองการสลายตัวของสารกัมมันตภาพรังสี และการหาค่ารากโดยวิธีแบ่งครึ่ง

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจแนวคิดของรากที่มีดีกรี n และเลขชี้กำลังเศษส่วน พร้อมเข้าใจคุณสมบัติการดำเนินการ
  • ใช้ความเข้าใจในแนวคิด ลักษณะกราฟ และคุณสมบัติการเพิ่มขึ้น/ลดลงของฟังก์ชันเลขชี้กำลังและลอการิทึมได้อย่างคล่องแคล่ว
  • สามารถใช้สูตรเปลี่ยนฐานลอการิทึมในการดำเนินการและลดรูปลอการิทึมที่ซับซ้อนได้

🔹 บทเรียนที่ 5: การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์: การสร้างแบบจำลองฟังก์ชัน

ภาพรวม: บทนี้เน้นการแปลงปัญหาในชีวิตจริงให้กลายเป็นแบบจำลองฟังก์ชันคณิตศาสตร์ โดยการรวบรวม จัดเรียง และวิเคราะห์ข้อมูล ใช้เทคนิคการประมาณข้อมูลเพื่อเลือกแบบจำลองฟังก์ชันที่เหมาะสมที่สุด (เช่น ฟังก์ชันเชิงเส้น ฟังก์ชันกำลังสอง ฟังก์ชันพีชคณิต ฟังก์ชันเลขชี้กำลัง หรือฟังก์ชันลอการิทึม) เพื่อแก้ปัญหาการเพิ่มประสิทธิภาพและการคาดการณ์ในชีวิตจริง จุดสำคัญอยู่ที่การเข้าใจวงจรการสร้างแบบจำลอง “ปัญหาจริง → แบบจำลองคณิตศาสตร์ → ผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ → ข้อสรุปจริง”

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถระบุและอธิบายขั้นตอนพื้นฐานในการสร้างแบบจำลองฟังก์ชันเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง (การอ่านโจทย์ การสร้างแบบจำลอง การแก้สมการ การตรวจสอบผลลัพธ์)
  • รู้จักใช้แผนภูมิกระจายข้อมูลเพื่อดูแนวโน้มของข้อมูล และทำการประมาณข้อมูลเบื้องต้นตามแนวโน้มนั้น
  • เข้าใจลักษณะของฟังก์ชันที่เติบโตต่างกัน สามารถเลือกแบบจำลองฟังก์ชันที่เหมาะสมที่สุดได้จากบริบทของปัญหาจริงและรูปแบบของข้อมูล

🔹 บทเรียนที่ 6: ฟังก์ชันตรีโกณมิติและการประยุกต์การเปลี่ยนรูปสมการตรีโกณมิติ

ภาพรวม: หน่วยนี้ครอบคลุมระบบที่สมบูรณ์ตั้งแต่แนวคิดของมุมใดๆ ใช้หน่วยวงกลมกำหนดฟังก์ชันตรีโกณมิติ แล้วศึกษาคุณสมบัติทางพีชคณิต (การเปลี่ยนรูปสมการตรีโกณมิติ) และคุณสมบัติทางวิเคราะห์ (กราฟและคุณสมบัติ) จุดสำคัญคือการเข้าใจกฎการเปลี่ยนรูปกราฟของฟังก์ชัน y=A\sin(\omega x+\phi) โดยใช้ “วิธีห้าจุด” และสามารถนำแบบจำลองตรีโกณมิติมาใช้แก้ปัญหาทางธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นคาบ เช่น คลื่นทะเล ลูกบอลหมุน คลื่นไฟฟ้า ตลอดจนขยายแนวคิดไปสู่การประมาณค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติโดยใช้สูตรเทย์เลอร์

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • รู้จักมุมใดๆ มุมที่ปลายต่อเนื่องกัน และการกำหนดฟังก์ชันตรีโกณมิติโดยใช้หน่วยวงกลม สามารถใช้ความสัมพันธ์ของมุมเดียวกัน สูตรการดึงออก สูตรผลต่าง และสูตรสองเท่าในการเปลี่ยนรูปสมการตรีโกณมิติได้อย่างคล่องแคล่ว
  • สามารถใช้วิธี “ห้าจุด” วาดกราฟของฟังก์ชันไซน์ โคไซน์ และแทนเจนต์ วิเคราะห์และดึงข้อมูลเกี่ยวกับคาบ ความคู่/คี่ ความเพิ่มขึ้น/ลดลง และค่ามากสุด/น้อยสุด
  • สามารถสร้างแบบจำลองฟังก์ชันตรีโกณมิติเพื่อแก้ปัญหาเชิงคาบในชีวิตจริง และเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของสูตรเทย์เลอร์ในการประมาณค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติ