กลับสู่คอร์สเรียน
MATH701B-PEP-CN Junior High

【ฉบับพิมพ์ครู】คณิตศาสตร์มัธยมต้น ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2

คู่มือการเรียนนี้เป็นส่วนสำคัญของคณิตศาสตร์ระดับมัธยมต้น ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น เส้นขนานและเส้นตัดกัน จำนวนจริง พิกัดเชิงเส้นในระนาบ ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร อสมการและระบบอสมการ การเก็บรวบรวม จัดเรียง และการแสดงข้อมูล โดยการเรียนในภาคเรียนนี้ นักเรียนจะพัฒนาจากความเข้าใจพื้นฐานด้านเรขาคณิตไปสู่ตรรกะทางพีชคณิต สร้างพื้นฐานความคิดที่เชื่อมโยงระหว่างตัวเลขและรูปภาพ

4.9
18.0h
781 ผู้เรียน
0 การถูกใจ
K12 คณิตศาสตร์
เริ่มเรียน

ภาพรวมคอร์สเรียน

📚 สรุปเนื้อหา

หนังสือเรียนนี้เป็นส่วนสำคัญของคณิตศาสตร์มัธยมต้น โดยครอบคลุมหัวข้อเกี่ยวกับเส้นตัดกันและเส้นขนาน จำนวนจริง พิกัดฉากในระนาบ ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร อสมการและระบบที่มีอสมการ รวมถึงการเก็บรวบรวม จัดเรียง และอธิบายข้อมูล ผ่านการเรียนรู้ในภาคเรียนนี้ นักเรียนจะเปลี่ยนจากความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเรขาคณิตไปสู่ตรรกะทางพีชคณิต และสร้างแนวคิดพื้นฐานในการเชื่อมโยงระหว่างตัวเลขกับรูปทรง

ค้นพบความล้ำค่าของตัวเลขและความสัมพันธ์กับรูปทรง สร้างทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลทางคณิตศาสตร์

ผู้แต่ง: หลินเฉิน

ขอบคุณ: หนังสือเล่มนี้ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหนังสือเรียนระดับประถมศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาหลักสูตรคณิตศาสตร์ระดับมัธยม สำนักพิมพ์การศึกษาแห่งชาติ

🎯 เป้าหมายการเรียนรู้

  1. สามารถระบุและคำนวณมุมประกอบเพื่อนบ้าน มุมตรงข้ามกัน พร้อมเข้าใจคุณสมบัติว่ามุมตรงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน และสามารถวาดเส้นตั้งฉากพร้อมเข้าใจลักษณะเฉพาะได้
  2. เข้าใจสัจพจน์ของเส้นขนาน และสามารถใช้ความสัมพันธ์ของมุมภายใน มุมภายนอก มุมเดียวกัน หรือมุมภายในสลับด้านใน “สามเส้นแปดมุม” เพื่อพิสูจน์ว่าเส้นสองเส้นขนานกันหรือไม่
  3. เข้าใจนิยามของการเคลื่อนที่แบบเลื่อน (การแปลง) และสามารถออกแบบการเปลี่ยนรูปแบบง่ายๆ ได้โดยใช้คุณสมบัติว่าเส้นเชื่อมจุดที่สอดคล้องกันขนานกันและมีความยาวเท่ากัน
  4. เข้าใจแนวคิดของรากที่สอง รากที่สอง (รากกำลังสอง) และรากที่สาม (รากกำลังสาม) พร้อมสามารถดำเนินการหารากที่สองและรากที่สามได้อย่างคล่องแคล่ว
  5. เข้าใจคุณสมบัติของรากที่สองและรากที่สาม (เช่น ลักษณะของรากของจำนวนบวก ลบ และศูนย์) และสามารถระบุจำนวนอิรเรชันแนล (จำนวนที่ไม่สามารถเขียนเป็นเศษส่วนได้)
  6. เข้าใจระบบแบ่งประเภทของจำนวนจริง และสามารถเปรียบเทียบขนาดของจำนวนจริงได้โดยใช้วิธีประมาณค่า หรือคุณสมบัติของกำลังสอง/กำลังสาม
  7. เข้าใจและใช้ได้ แนวคิดพื้นฐานของระบบพิกัดฉากในระนาบ สามารถระบุแกนพิกัด จุดกำเนิด และสี่สี่เหลี่ยมควอแดรนต์ได้อย่างแม่นยำ
  8. เข้าใจกฎของการเลื่อน สามารถคำนวณพิกัดใหม่ของจุดหรือรูปทรงหลังการเลื่อนในแนวราบหรือแนวตั้งได้อย่างคล่องแคล่ว และสามารถอธิบายกระบวนการเลื่อนได้จากความเปลี่ยนแปลงของพิกัด
  9. นำแนวทางพิกัดมาประยุกต์ใช้ สามารถสร้างระบบพิกัดฉากง่ายๆ เพื่ออธิบายตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้การผสมผสานระหว่างตัวเลขกับรูปทรง
  10. เข้าใจวิธีการแก้ปัญหา: สามารถใช้เทคนิคการแทนค่าและการลบเพื่อแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรได้อย่างคล่องแคล่ว

🔹 บทเรียนที่ 1: พื้นฐานเรขาคณิตของเส้นตัดกันและเส้นขนาน

ภาพรวม: คอร์สนี้ครอบคลุมพื้นฐานเรขาคณิตในระดับมัธยมต้น โดยเน้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเส้นตรงสองเส้นในระนาบเดียวกัน (การตัดกันและการขนานกัน) ผ่านการเรียนรู้เกี่ยวกับมุมประกอบเพื่อนบ้าน มุมตรงข้ามกัน และคุณสมบัติของเส้นตั้งฉาก นักเรียนจะเริ่มเข้าสู่ตรรกะทางเรขาคณิต จากนั้นด้วยการพิสูจน์ความขนานของเส้น นักเรียนจะเข้าใจรูปแบบการแสดงตรรกะพื้นฐาน (เพราะ...ดังนั้น...) สุดท้ายด้วยการแปลงรูปแบบการเลื่อน จะเข้าใจความคงที่ของรูปทรงเมื่อเคลื่อนที่

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถระบุและคำนวณมุมประกอบเพื่อนบ้าน มุมตรงข้ามกัน พร้อมเข้าใจคุณสมบัติว่ามุมตรงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน และสามารถวาดเส้นตั้งฉากพร้อมเข้าใจลักษณะเฉพาะได้
  • เข้าใจสัจพจน์ของเส้นขนาน และสามารถใช้ความสัมพันธ์ของมุมภายใน มุมภายนอก มุมเดียวกัน หรือมุมภายในสลับด้านใน “สามเส้นแปดมุม” เพื่อพิสูจน์ว่าเส้นสองเส้นขนานกันหรือไม่
  • เข้าใจนิยามของการเคลื่อนที่แบบเลื่อน (การแปลง) และสามารถออกแบบการเปลี่ยนรูปแบบง่ายๆ ได้โดยใช้คุณสมบัติว่าเส้นเชื่อมจุดที่สอดคล้องกันขนานกันและมีความยาวเท่ากัน

🔹 บทเรียนที่ 2: นิยาม การดำเนินการ และคุณสมบัติของจำนวนจริง

ภาพรวม: หน่วยนี้ครอบคลุมแนวคิดพื้นฐานที่ขยายจากระบบจำนวนตรรกยะสู่ระบบจำนวนจริง โดยเน้นการศึกษาความหมาย การดำเนินการ และคุณสมบัติของรากที่สอง (รากกำลังสอง) รากที่สอง (รากกำลังสอง) และรากที่สาม (รากกำลังสาม) ผ่านการเรียนรู้การถอดราก นักเรียนจะเข้าใจถึงความเป็นจริงของจำนวนทศนิยมไม่ซ้ำ (จำนวนอิรเรชันแนล) ได้เข้าใจวิธีจำแนกประเภทจำนวนจริง และสามารถเปรียบเทียบขนาดของจำนวนจริงได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้พีชคณิตในอนาคต

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจแนวคิดของรากที่สอง รากที่สอง (รากกำลังสอง) และรากที่สาม (รากกำลังสาม) พร้อมสามารถดำเนินการหารากที่สองและรากที่สามได้อย่างคล่องแคล่ว
  • เข้าใจคุณสมบัติของรากที่สองและรากที่สาม (เช่น ลักษณะของรากของจำนวนบวก ลบ และศูนย์) และสามารถระบุจำนวนอิรเรชันแนลได้
  • เข้าใจระบบแบ่งประเภทของจำนวนจริง และสามารถเปรียบเทียบขนาดของจำนวนจริงได้โดยใช้วิธีประมาณค่า หรือคุณสมบัติของกำลังสอง/กำลังสาม

🔹 บทเรียนที่ 3: ระบบพิกัดฉากในระนาบและการเชื่อมโยงระหว่างตัวเลขกับรูปทรงเบื้องต้น

ภาพรวม: การออกแบบการสอนนี้มุ่งเน้นให้นักเรียนมัธยมต้นระดับมัธยมต้นระดับ 7 ย้ายจากแนวคิดเส้นจำนวนหนึ่งมิติสู่ระบบพิกัดฉากสองมิติ จุดสำคัญคือการเข้าใจว่าคู่ลำดับที่มีลำดับ (Ordered Pair) สามารถระบุตำแหน่งของจุดได้อย่างแน่นอน รู้จักกฎการแบ่งสี่สี่เหลี่ยมควอแดรนต์ และศึกษาแนวคิดการเปลี่ยนแปลงพิกัดของจุดและรูปทรงภายใต้การเลื่อน นำไปสู่การผสาน "การแก้ปัญหาด้วยตัวเลข" กับ "การช่วยแก้ปัญหาด้วยรูปทรง" ในระดับพื้นฐาน

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจและใช้ได้ แนวคิดพื้นฐานของระบบพิกัดฉากในระนาบ สามารถระบุแกนพิกัด จุดกำเนิด และสี่สี่เหลี่ยมควอแดรนต์ได้อย่างแม่นยำ
  • เข้าใจกฎของการเลื่อน สามารถคำนวณพิกัดใหม่ของจุดหรือรูปทรงหลังการเลื่อนในแนวราบหรือแนวตั้งได้อย่างคล่องแคล่ว และสามารถอธิบายกระบวนการเลื่อนได้จากความเปลี่ยนแปลงของพิกัด
  • นำแนวทางพิกัดมาประยุกต์ใช้ สามารถสร้างระบบพิกัดฉากง่ายๆ เพื่ออธิบายตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้การผสมผสานระหว่างตัวเลขกับรูปทรง

🔹 บทเรียนที่ 4: วิธีการแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและการสร้างแบบจำลองปัญหา

ภาพรวม: หัวข้อนี้มุ่งเน้นการใช้แนวคิด "การกำจัดตัวแปร" เพื่อแปลงระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร (หรือสามตัวแปร) ให้กลายเป็นสมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปรที่นักเรียนคุ้นเคย จุดสำคัญของการเรียนรู้ ได้แก่ ทักษะการใช้เทคนิคการแทนค่าและการลบเพื่อแก้สมการ และการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จากปัญหาในชีวิตจริง เช่น การเดินเรือ การผลิต หรือปัญหาเรขาคณิต

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจและใช้ได้: สามารถใช้เทคนิคการแทนค่าและการลบเพื่อแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรได้อย่างคล่องแคล่ว
  • การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์: สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงปริมาณในปัญหาจริง แล้วเขียนระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรเพื่อแก้โจทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • ขยายตรรกะ: เข้าใจตรรกะในการแก้ระบบสมการเชิงเส้นสามตัวแปร ซึ่งคือการลดตัวแปรลงหลายครั้งจนกลายเป็นสมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปร

🔹 บทเรียนที่ 5: ตรรกะและการดำเนินการของอสมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปร

ภาพรวม: บทเรียนนี้มุ่งช่วยให้นักเรียนเปลี่ยนจากตรรกะการสมดุลของสมการ มาสู่ตรรกะที่ไม่สมมาตรของอสมการ ครอบคลุมคุณสมบัติพื้นฐานของอสมการ (โดยเฉพาะการกลับทิศทางของเครื่องหมายอสมการเมื่อคูณหรือหารด้วยจำนวนลบ) วิธีแก้สมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปรแบบมาตรฐาน วิธีแสดงช่วงคำตอบบนเส้นจำนวนอย่างเป็นรูปธรรม และวิธีการสร้างแบบจำลองอสมการเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง เช่น ค่ามากที่สุด ค่าน้อยที่สุด หรือช่วงค่าที่ยอมรับได้ ท้ายที่สุด ผ่านการหา "ส่วนร่วม" ของช่วงคำตอบจากหลายอสมการ นักเรียนจะเข้าใจตรรกะการดำเนินการของระบบอสมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปร

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • เข้าใจและใช้ได้กับคุณสมบัติพื้นฐานของอสมการสามข้อ สามารถดำเนินการแปลงอสมการให้เทียบเท่ากันได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถแก้สมการเชิงเส้นหนึ่งตัวแปรและระบบอสมการได้อย่างคล่องแคล่ว และสามารถแสดงช่วงคำตอบบนเส้นจำนวนได้อย่างถูกต้อง (แยกแยะจุดที่เป็นวงกลมว่างและวงกลมเต็ม)
  • สามารถตั้งแบบจำลองอสมการได้จากคำสำคัญในปัญหาจริง เช่น "อย่างน้อย", "เกินกว่า", "ไม่ถึง"

🔹 บทเรียนที่ 6: การเก็บรวบรวม จัดเรียง และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ

ภาพรวม: บทเรียนนี้มุ่งช่วยให้นักเรียนระดับมัธยมต้นระดับ 7 เข้าใจวิธีการสำรวจสถิติพื้นฐาน ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล (การสำรวจทั้งหมดและการสุ่มตัวอย่าง) ไปจนถึงการจัดเรียงข้อมูล (ตารางแจกแจงความถี่) และการอธิบายข้อมูล (แผนภูมิแท่ง แผนภูมิวงกลม แผนภูมิฮิสโตแกรม) ผ่านหัวข้อเรียนรู้ "พูดคุยเรื่องประหยัดน้ำจากข้อมูล" นักเรียนจะนำความรู้ทางคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมในโลกความจริง สร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ข้อมูล และทักษะการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

ผลลัพธ์การเรียนรู้:

  • สามารถแยกแยะระหว่างการสำรวจทั้งหมดกับการสุ่มตัวอย่าง พร้อมระบุประชากร บุคคล ตัวอย่าง และขนาดตัวอย่างได้อย่างถูกต้อง
  • สามารถวาดแผนภูมิแท่งและแผนภูมิวงกลมได้อย่างคล่องแคล่ว และเข้าใจวิธีคำนวณมุมศูนย์กลางของแผนภูมิวงกลม
  • เข้าใจขั้นตอนการสร้างตารางแจกแจงความถี่และแผนภูมิฮิสโตแกรม รวมถึงเข้าใจผลกระทบของช่วงคลาสและจำนวนช่วงต่อการอธิบายการกระจายข้อมูล